Home / อื่นๆ / inspiration / แก้นิสัยบ้างาน ปรับชีวิตสู่สมดุล

แก้นิสัยบ้างาน ปรับชีวิตสู่สมดุล

แก้นิสัยบ้างาน ปรับชีวิตสู่สมดุล

มึนหัว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หิวของหวาน อยากของเค็ม ใครเป็นยกมือขึ้น อาการเหล่านี้อาจจะไม่ใช่แค่การเหนื่อยล้าจากการทำงานธรรมดา แต่เป็นกลุ่มอาการที่ บ่งบอกว่า คุณหักโหมเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว ก้มหน้าก้มตาอดหลับอดนอนจนร่างกายรวนและทรุด อนาคตเงินที่หาได้คงต้องใช้รักษาร่างกายแทนการหาความสุขแล้วละ

แก้นิสัยบ้างาน ปรับชีวิตสู่สมดุล thaihealth

เศรษฐกิจขาลงแบบนี้ ทุกอาชีพล้วนมีความเครียดไม่ต่างกัน นอกจากปัญหาเศรษฐกิจที่ ค่าครองชีพสูงขึ้น ยังมีปัญหาสังคมและครอบครัวให้ต้องกังวลเพิ่มขึ้นไปอีก ยิ่งความเครียดรุมล้อมมากเท่าไร โอกาสที่โรคร้ายจะรุมเร้าก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ความเครียดไม่เพียงทำให้สูญเสียพลังงาน แต่ยังนำมาซึ่งโรคร้าย ความเครียดเป็นปฏิกิริยาของสมองที่แต่ละคนจะมีปฏิกิริยาตอบสนองไม่เหมือนกัน แต่ละคนทนต่อความเครียดได้ไม่เท่ากัน ร่างกายก็จะแสดงอาการออกมาแตกต่างกันไป ส่วนเรื่องอันตรายก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเครียดว่ามากน้อยแค่ไหน และความอดทนของแต่ละบุคคล

ปกติแล้วจะมีคนที่เครียดจนเป็นโรคซึ่งเกี่ยวเนื่องจากความเครียดอยู่ประมาณ ร้อยละ 20 และอีกกว่าร้อยละ 10 เป็นคนที่ไม่เครียด แต่กว่าร้อยละ 60-70 มีอาการเจ้าปัญหาที่แฝงมากับความเครียดโดยไม่รู้ตัว นั่นคือ ปัญหาต่อมหมวกไตล้า ปัญหาต่อมหมวกไตล้าเกิดจากอาการเครียดที่มากเกินไปจนต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดขึ้นมา  ถ้ามีฮอร์โมนตัวนี้มากไปจะเป็นฮอร์โมนทำลายล้าง ถ้ามีน้อยจะทำให้รู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ นอนไม่พอ หิวของหวาน อยากของเค็ม ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะฮอร์โมนคอร์ติซอลต่ำ สามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ฮอร์โมนหรือให้สารบางอย่างที่ช่วยปรับให้ความเครียดต่ำลงและทำให้ต่อมหมวกไตทำงานได้ดีขึ้น

แต่หากตรวจแล้วฮอร์โมนปกติ ทางด้านร่างกายไม่มีอะไรผิดเพี้ยนเลย นั่นอาจจะบอกได้ว่าคุณมีอาการเครียดจากจิตใจ บางคนจิตใจเครียดจนเกิดความผิดปกติทางพฤติกรรม เช่น ย้ำคิดย้ำทำ ระแวงเกินไป หรือมีปัญหาที่รบกวนคุณภาพชีวิตอย่างการนอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้ จนกลายเป็นอาการทางประสาทหรือโรคทางจิตเวช ซึ่งต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาโดยการใช้ยาหรือจิตบำบัดตามแต่อาการ ควรวางแผนรวมไปถึงเรื่องอาหารการกินด้วย เพื่อปรับสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ

หากเกิดอาการเครียดแล้ว แนะนำให้สวดมนต์และทำสมาธิ หรือออกกำลังกายแบบ Breathing Exercise ได้แก่ โยคะ ไทชิ เพราะมีผลการศึกษาวิจัยแล้วว่าช่วยให้หายเครียดได้จริง แต่ไม่ควรออกกำลังกายแบบหักโหม เช่น วิ่งมาราธอน ต่อยมวย เพราะยิ่งทำให้ระดับความเครียดสูงขึ้น

ที่มา : 40plus.posttoday ,http://www.thaihealth.or.th(สสส)

เรื่องราวที่น่าสนใจ

บทสัมภาษณ์ “อดีต แอร์โฮสเตสสาว ประสบการณ์การทำงาน 11 ปี”

บทสัมภาษณ์ “อดี …