Home / ไอทีอัพเดท / มาทำความเข้าใจ Facebook Algorithm

มาทำความเข้าใจ Facebook Algorithm

มาทำความเข้าใจ Facebook Algorithm

มีระบบที่ฉลาดมาก ๆ ในการคำนวนว่าอะไรน่าจะเป็นที่สนใจของใคร หน้าที่ของ Facebook คือการคัดกรอง content ที่คิดว่าเราจะสนใจมาโชว์ขึ้นบน news feed ให้เราอ่าน ทั้งของเพจส่วนตัวและแฟนเพจ  ลองสังเกตว่าหลัง ๆ เราจะเห็นโพสของเพื่อนไม่ครบ เพื่อนคนไหนที่เราไม่ค่อยมี interaction ด้วย เช่นไม่เคยกดไลค์ ไม่ค่อยกดดู เพื่อนๆเหล่านั้นจะค่อยๆหายไปจาก news feed ของเรา เพราะ Facebook  คำนวนแล้วว่าโพสของคนนั้นเป็น content ที่เราไม่สนใจ แต่ถ้าเพื่อนคนไหนเราชอบกดเข้าไปดูรูปเค้า เพราะฉะนั้น โพสของเค้าจะยังคงวนเวียนอยู่ให้เราเห็นอยู่บ่อย ๆ

         สำหรับแฟนเพจก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะจ่ายตังค์ boost post บังคับให้โพสเราขึ้นใน news feed แต่ถ้า content นั้นไม่น่าสนใจหรือยิงไปไม่ตรง target ค่า ad ก็จะแพงเพราะ Facebook ถือว่าเป็น content ที่คนไม่สนใจ ทำให้เงินที่จ่ายไปได้ reach น้อย engagement น้อย แต่ถ้าเราเข้าใจและบริหาร algorithm ได้ดี บางทีจ่ายเงินเท่ากับเพจอื่น แต่กลับได้ reach และ engagement ที่มากกว่า

การเข้าใจ algorithm หรือแนวทางในการเลือกโพสต์มาขึ้น news feed เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำให้เราจัดการ content ได้ดีขึ้น และเสียค่า ad ที่ถูกลงนั่นเอง ไม่มีใครรู้ว่า Facebook algorithm จริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าเป็นสูตรคำนวนที่ซับซ้อนมากตัวแปรเป็นแสนตัว แต่ถ้าเอาให้เข้าใจแบบง่ายๆ ตัวแปรหลักๆก็จะประมาณนี้

News Feed Visibility = I x P x C x T x R

    I = INTEREST ความสนใจของเรากับต่อเพจ ถ้า Facebook เห็นว่าเราสนใจเพจไหน โพสของเพจนั้นก็มีโอกาสที่จะขึ้นใน news feed มากกว่า ความสนใจนับจาก การกดไลค์ คอมเมนท์ กดเข้าไปดูที่รุป กดเข้าไปอ่าน เวลาที่อยู่ในเพจหรือโพสนั้น ๆ

P = POST  (THIS POST PERFORMANCE AMONG OTHERS) คือว่า “คนอื่น” สนใจโพสนี้มากน้อยแค่ไหน คือถ้าโพสนั้นมี “คนอื่น” สนใจมาก Facebook จะคิดว่าเป็นโพสที่น่าสนใจและมีโอกาสจะขึ้นโชว์ที่ news feed ของเราด้วย

C = CREATOR (PERFORMANCE OF PAST POSTS BY THE CONTENT CREATOR AMONG OTHER USERS) คือคะแนนของโพสเก่า ๆ ก่อนหน้านั่นเอง หมายความว่าถ้าโพสก่อนหน้านี้ของเราเป็นที่สนใจดี โพสใหม่ ๆ ก็จะได้คะแนนที่ดีขึ้นด้วย

T = TYPE คือประเภทของโพสนั่นเอง ว่าเป็น status เปล่า ๆ เป็นรูป ลิงค์ หรือ VDO หลัง ๆ นี่จะมีประเภท live ด้วยนะ Facebook ให้ความสำคัญกับ post แต่ละประเภทไม่เท่ากัน หลังๆจะให้ความสำคัญกับ VDO มากพิเศษ คือถ้าโพส VDO โอกาสที่จะขึ้นโชว์ใน news feed จะมากกว่าโพสที่เป็นรูปนั่นเอง และเดือนที่แล้วรู้สึกว่า Facebook live มาแรงมาก เดาว่าถ้าเป็น feature ใหม่ ๆ Facebook จะชอบมาก และจะให้ TYPE นี้มีคะแนนที่สูงกว่า

R = RECENCY อันนี้ง่าย ๆ  คือ Facebook จะให้ความสำคัญกับโพสใหม่มากกว่าโพสเก่า สรุปคือถ้ากะจะยิง ad แล้วบูสยาว ๆ ก็อย่าปล่อยให้มันยาวนานเกินไป เพราะคะแนน recency จะ ตกลง

น่าจะพอเห็นภาพกันขึ้น  สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากให้เพจเราโพสอะไรใครก็เห็น ก็ต้องสร้าง content ที่น่าสนใจ หมั่นกระตุ้นให้เกิด interaction กับลูกเพจด้วย กระตุ้นให้เกิดการกดดู กดไลค์ คอมเมนท์ ถ้าคิดว่าสินค้าเราอย่างเดียวไม่น่าสนใจพอ หาคอนเทนท์ที่คนสนใจมาผสม ๆ กันก็ได้เพื่อเพิ่มคะแนนเพจ วิธีที่ง่ายที่สุดที่คนชอบทำคือโพสข่าวดารามาผสม ๆ นั่นเอง อันนี้ก็แล้วแต่แนว ว่าชอบกันมั๊ย และพยายามโพส content ใน TYPE ที่ Facebook ให้ความสำคัญเช่น VDO และอย่าทิ้งโพสให้เก่าเกินไปเพราะ Facebook จะให้คะแนนกับโพสที่โพสใหม่ ๆ

Cr: Online Square – คลังความรู้ออนไลน์

 

เรื่องราวที่น่าสนใจ

Samsung เผลอทำคลิปวิดีโอโปรโมต Galaxy Note 9 หลุด

Samsung เผลอทำค …